กลับหน้าแรก

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  31  ธันวาคม  2549

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  30  ธันวาคม  2549

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 29  ธันวาคม  2549

Ø  ใครคือผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริง ข้าพเจ้าหวังว่าท่านจะสามารถพัฒนาความสามารถในการแยกแยะมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง บุคคลผู้ยิ่งใหญ่คือผู้ที่สร้างความสามัคคีในหมู่มนุษย์ด้วยการสนทนาที่จริงใจ และมีพร้อมปรัชญาที่ถูกต้อง  เท้าติดดิน บุคคลผู้ยิ่งใหญ่จะอาศัยอยู่ท่ามกลางประชาชน และได้รับความไว้วางใจอย่างไม่สั่นคลอน ความนิยมที่ไม่จีรังและแฟชั่นตามสมัยนิยมชั่วคราวหาใช่สิ่งใด นอกเสียจากภาพลวงตา

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  28  ธันวาคม  2549

Ø  ตามหลักการแล้ว เราควรเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการมอบความปรารถนาดีอย่างอบอุ่นให้แก่คนที่เรารักในบ้าน สัญญาที่จะให้การสนับสนุนแต่ละคน และอธิษฐานเพื่อสุขภาพและความผาสุกภายในบ้าน  นี่คือวิธีที่ดีในการเริ่มต้นปีใหม่  ท่านคิดว่าอย่างไร  ตรงกันข้าม ถ้าท่านเริ่มต้นเช้าวันปีใหม่ โดยพูดว่า “ลุกขึ้น นอนมากไปแล้ว คิดจะไม่สวดมนต์เช้าและจะสวดไดโมขุแค่ 3 คำล่ะสิ ซึ่งราวกับจะทะเลาะกัน แน่นอนว่า ชีวิตคือละคร ดังนั้น อาจจะเป็นไปได้ว่า ให้มีเรื่องตื่นเต้นบ้างเป็นครั้งคราว  อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนก้าวหน้าด้วยจิตใจที่เร่าร้อนในปี ค.ศ. 2007

(ประชุมหัวหน้าภาค ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2006)

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  28  ธันวาคม  2549

Ø  การเผยแผ่ธรรมไพศาลเป็นการต่อสู้ที่ยาวไกล เป็นการเดินทัพที่ดำเนินต่อเนื่องไปเป็นหมื่นปีในสมัยธรรมปลาย ดังนั้น ขอให้ก้าวหน้าไปอย่างร่าเริงและไม่เร่งรีบ วิธีการในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ควรจะทำให้ประชาชนเกิดความทุกข์และหมดเรี่ยวแรง

การประชุมต้องให้สั้นและไม่ยืดเยื้อเกินไป    ต้องดำเนินการไปโดยทำให้ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องเกิดผลดีและมีคุณค่า

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  27  ธันวาคม  2549

Ø  นักปรัชญาจีนโบราณ ท่านซุนจื่อกล่าวว่า คนที่ไม่อ้างอิงถึงอาจารย์เมื่อเสนอความเห็นหรือให้คำสั่งสอนนั้น เท่ากับปฏิเสธคนที่สอนเขาแล้ว  เขายืนยันว่า ผู้ปกครองที่ฉลาดจะไม่ไว้วางใจต่อผู้ที่ดูเบาหรือไม่ให้ความเคารพอาจารย์ของตน ทั้งยังเพิ่มเติมว่า เราไม่ควรพูดคุยกับคนเช่นนั้นเมื่อพบกันบนท้องถนน  นักปรัชญาจีนท่านนี้ยังให้ความสำคัญอย่างสูงต่อการศึกษา จากบริบทดังกล่าว เขาจึงเตือนถึงการให้ความเชื่อถืออย่างเหมาะสมกับอาจารย์ของตน

เมื่อเราลืมบุญคุณคน เราจะสูญเสียหลักยึดและหลงทางไป

ท่านซุนจื่อยังยกย่องว่า ความเจริญรุ่งเรืองจะมาสู่ประเทศที่อาจารย์ได้รับการเคารพ และผู้ที่อบรมผู้อื่นนั้นได้รับ

ความชื่นชม ในขณะเดียวกัน ความพินาศจะรออยู่ในดินแดนที่อาจารย์ถูกปฏิเสธ และผู้ที่อบรมผู้อื่นไม่ได้รับความสนใจ เราต้องไม่ละเลยการตอบแทนบุญคุณและให้ความเคารพต่อผู้ที่สั่งสอนเรา

นี่คือสิ่งที่แบ่งแยกระหว่างการเจริญเติบโตและการเสื่อมถอย เหตุผลที่สมาคมโซคาเจริญพัฒนามาได้ ก็เพราะว่าพวกเรายกย่องและเคารพอาจารย์มาคิงุจิ และอาจารย์โทดะ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตามหลักการนี้มาอย่างเคร่งครัด และในการกระทำดังกล่าว ข้าพเจ้าได้ก่อสร้างเส้นทางเพื่อการเจริญเติบโตที่มั่นคง  โปรดจงสลักเรื่องนี้ไว้ในจิตใจอย่างลึกซึ้ง

(ประชุมหัวหน้าภาค ครั้งที่ 2   เมื่อ วันที่ 7 ธันวาคม 2006)

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  27  ธันวาคม  2549

Ø  ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร ท่านต้องไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ อย่าสรุปว่าถึงจุดจบแล้ว ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ท่านยังมีอนาคตที่สดใส และด้วยเหตุผลที่ชัดเจนดังกล่าว ท่านต้องอุตสาหพยายาม และศึกษา ชีวิตเป็นนิรันดร์ เราต้องพุ่งเป้าไปที่สองกาลแห่งปัจจุบันและอนาคต ไม่ใช่ยึดติดอยู่กับอดีต เราต้องมีเจตนารมณ์เริ่มต้นใหม่ “จากขณะนี้” อยู่เสมอ  จงเริ่มต้นต่อสู้ใหม่ในทุก ๆ วัน

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  26  ธันวาคม  2549

Ø  การติดต่อสื่อสารอย่างอบอุ่นและจริงใจเป็นวิธีที่จะจับจิตใจ และได้รับการสนับสนุน และความเข้าใจของพวกเขา

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  25  ธันวาคม  2549

Ø  ถ้าคนหิว เราควรให้ขนมปังแก่เขา ถ้าไม่มีขนมปัง อย่างน้อยก็พูดให้กำลังใจ สำหรับคนป่วย หรือร่างกายอ่อนแอ เราสามารถเปลี่ยนการสนทนาเป็นเรื่องที่ยกระดับจิตใจ และมอบความหวัง และความตั้งใจที่จะแข็งแรงขึ้น  จงมอบบางสิ่งให้กับบุคคลที่เราพบ เช่น ความปีติยินดี ความกล้าหาญ ความหวัง ความมั่นใจ หรือปรัชญา ปัญญา วิสัยทัศน์เพื่ออนาคต  ขอให้เรามอบบางสิ่งบางอย่างอยู่เสมอ

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  24  ธันวาคม  2549

Ø  นักปรัชญาจีน ท่านซุนจื่อ ซึ่งมีชีวิตอยู่ระหว่างช่วงเวลาแห่งความสับสนระหว่างปัญญากับการเมืองของสงครามระหว่างก๊ก ท่านได้ย้ำถึงความสำคัญของความเพียรพยายาม โดยเน้นว่า ด้วยความเพียรพยายามที่ยืนหยัดต่อเนื่อง เราจะสามารถยกระดับตัวเองให้สูงขึ้นได้ไม่จำกัด

(ประชุมผู้นำขั้นสูง ตอนที่ 2)

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  24  ธันวาคม  2549

Ø  มีศาสนาจำนวนมากที่เรียกร้องความศรัทธาแบบตาบอด จำกัดอิสรภาพของผู้คน อาจารย์มาคิงุจิคัดค้านศาสนาเหล่านี้

สิ่งที่เรียกร้องแทนคือ ความเป็นปึกแผ่นของสามัญชน เพื่อบรรลุจุดหมายดังกล่าว ท่านเสนอวิถีชีวิตแห่งการพึ่งพาตนเอง ซึ่งเราสามารถเลือกทางเดินของเราด้วยบุคลิกลักษณะที่มั่นคงและเป็นอิสระ

ท่านยังได้เน้นถึงวิถีชีวิตที่สร้างประโยชน์ ซึ่งตั้งเป้าหมายพื้นฐานของชีวิตเราอยู่ที่การบรรลุความสุขทั้งของตนเองและผู้อื่น ละทิ้งความอวดดี ให้ความสำคัญแต่ตัวเอง ให้เป็นให้ความเคารพ และทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นแทน

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  23  ธันวาคม  2549

Ø  ถ้าท่านมีแต่วิพากษ์วิจารณ์คนอื่น และดูถูกทุกคนอย่างอวดดี ท่านไม่เพียงทำร้ายตัวเอง พฤติกรรมเช่นนี้ ยังเป็นการพ่ายแพ้ต่อตัวเอง ไม่มีอะไรที่เหนือกว่าคนที่สดใส ร่าเริง และมองในแง่ดี คนเช่นนี้เป็นจ้าวชีวิตที่แท้จริง

พวกเรามีชีวิตที่เชื่อมโดยตรงกับพระนิชิเร็นไดโชนินและคำสอนของท่าน

ดังนั้น ผลของบุญวาสนาจึงมีนับไม่ถ้วนและไม่จำกัด

ข้าพเจ้าและพวกเราจะต้องได้รับการปกป้องจากจักรวาล  พระนิชิเร็นไดโชนินให้ ความมั่นใจพวกเราอยู่ในธรรม

     นิพนธ์ของท่าน  ถ้าเราปฏิบัติอย่างอุตสาหพยายาม เราก็จะสามารถได้รับความสุข ความเบิกบานใจ และชัยชนะอย่างแน่นอน และสร้างสภาวะโลกพุทธขึ้นภายในชีวิตของเรา 

ขอให้พวกเราทำอย่างดีที่สุด

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  23  ธันวาคม  2549

Ø  ลีโอ ตอลสตอย ได้สรุปว่า วิธีเดียวที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในสังคม ก็คือ บรรลุการเปลี่ยนแปลงประชามติ หรือเปลี่ยนแปลงจิตใจของประชาชน  ท่านตอลสตอยยังเน้นว่า “สิ่งจำเป็นอย่างเดียวของประชาชนคือ พูดในสิ่งที่ตัวเองคิดจริง ๆ หรืออย่างน้อย ก็อย่าพูดในสิ่งที่ไม่ได้คิด”  กล่าวคือ สิ่งสำคัญก็คือ ไม่หวั่นไหวไปกับความคิดของคนอื่น หรือวิธีคิดและการกระทำในอดีต  ดังนั้น พวกเราต้องฉลาด และตัวเราเองก็ต้องมีความเชื่อมั่น

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  22  ธันวาคม  2549

Ø  รอยยิ้มเหมือนกับดอกไม้ที่สวยงาม สามารถจับใจผู้คนได้

ในดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ของจิตใจมนุษย์นั้น รอยยิ้มจะเบ่งบานได้

(จากบทประพันธ์เรื่องปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่มที่ 19 บทที่ 2 ตอนแสงแห่งชัยชนะ 17)

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  22  ธันวาคม  2549

Ø  ชีวิตของเรามีค่าไม่จำกัด การไม่สามารถมีความสุขสัมบูรณ์ในชาตินี้ ถือว่าเป็นการสูญเสียอย่างใหญ่หลวง  การปฏิบัติพุทธธรรมของเรามีไว้เพื่อทำให้เราสามารถบรรลุความสุขที่ไม่มีอะไรมาทำลายได้ เราต้องต่อสู้อย่างเต็มที่ที่สุดเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่เวลาอื่นในอนาคต

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  21  ธันวาคม  2549

Ø  “บางคน ครั้งหนึ่งเคยเพียรพยายามในการศรัทธาอย่างหมดหัวใจ แต่สุดท้ายต้องพ่ายแพ้กับการบีฑาหรือความเห็นแก่ตัวและอวดดี จนเลิกศรัทธาไป  พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนอยู่ในธรรมนิพนธ์ว่า “การรับนั้นง่าย การยึดถือนั้นยาก แต่การบรรลุพุทธภาวะนั้นอยู่ที่การยึดถือตลอดไป” ความอุตสาหพยายามเป็นสิ่งสำคัญในความศรัทธา เป็นบ่อเกิดของความเข้มแข็งที่แท้จริง และเป็นกุญแจไปสู่การบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่”

(บทประพันธ์เรื่องปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่ม 19 บทที่ 2 ตอนเพลงแห่งชัยชนะ 16)

Ø  พุทธธรรมถือว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดังนั้น ปัญหาก็คือ เราจะยอมรับการเปลี่ยนแปลงโดยดุษฎีและปล่อยให้ถูกพัดพาไป หรือเราจะเปิดทางหรือสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีด้วยการริเริ่มของเรา  ซึ่งอนุรักษ์นิยมและการปกป้องตนเองอาจเหมือนกับฤดูหนาว กลางคืน และความตาย ส่วนจิตใจที่บุกเบิก ความพยายามที่จะบรรลุอุดมการณ์ แสดงให้เห็นภาพของฤดูใบไม้ผลิ ตอนเช้า และการเกิด

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 20 ธันวาคม 2549

Ø  ไดโมขุที่พวกเราสวดไม่ใช่เพียงแค่เพื่อความมั่นคงและการคุ้มครองตัวเราเอง แต่เป็นไดโมขุเพื่อบรรลุการเผยแผ่ธรรมไพศาล ซึ่งก็คือสันติภาพและความสุขที่แท้จริงของประชาชนทั้งหลาย และเพื่อต่อสู้กับความชั่วร้าย และความอยุติธรรม  ในที่สุดแล้ว ไม่ว่าเราจะสวดไดโมขุมากเพียงไร ถ้าเราไม่มีการกระทำที่เป็นรูปธรรมในการต่อสู้อย่างเข้มแข็งกับอุปสรรค 3 มาร 4 และปฏิเสธการดูหมิ่นธรรม และการกล่าวร้ายที่กระทำโดยตรงต่อเราในฐานะผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตรแล้ว เราก็ไม่สามารถบรรลุการรู้แจ้งได้ ดังที่พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “การหวังที่จะบรรลุพุทธภาวะโดยปราศจากการพูดโจมตีการดูหมิ่นธรรมก็ไร้ประโยชน์ ราวกับหาน้ำจากไฟ หรือจุดไฟจากน้ำ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 747)

(ประชุมผู้นำสูงสุด ครั้งที่ 1)

Ø  อาจารย์โทดะเคยกล่าวว่า “อย่าใจร้อน เพราะคุณยึดถือโงะฮนซน สถานการณ์ของคุณจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องกังวล แน่นอนว่า อาจมีช่วงเวลาที่ลำบาก หรือเวลาที่คุณอยากจะร้องไห้ แต่ตราบใดที่คุณมีโงะฮนซน ชีวิตของคุณจะสดใสและปีติยินดี”  ตราบใดที่เราเพียรพยายามในความศรัทธา เราจะมีความสุข เราจะต้องไม่สงสัย ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แต่จงก้าวหน้าอย่างตั้งใจอยู่เสมอ อดทนต่อความยากลำบากและอุปสรรคอย่างเข้มแข็งตลอดเส้นทางนี้ นี่คือความศรัทธาที่แท้จริง

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 19 ธันวาคม 2549

Ø  พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนไว้ว่า “ชีวิตนั้นจำกัด อย่าได้เสียดายชีวิต ความปรารถนาที่สูงสุดก็คือดินแดนพระพุทธ”

(ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 214)

ข้าพเจ้าหวังว่า ท่านทั้งหลายจะใช้เวลาที่มีค่าในแต่ละวันอย่างเต็มที่ ใช้เวลาในการพบปะกับผู้คนแต่ละคน และฝากประวัติศาสตร์ส่วนตัวของการกระทำในฐานะแชมเปี้ยนแห่งมนุษยนิยมให้แก่ชนรุ่นหลังโดยไม่มีการหวนเสียใจภายหลัง

(ประชุมผู้นำสูงสุด ครั้งที่ 1)

Ø  การมอบคำพูดที่ส่งเสริมกำลังใจนั้นมีความสำคัญ   พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “เสียงเป็นการทำงานของพระพุทธ” (ธรรมนิพนธ์หน้า 708)  ดังนั้น คำพูดแห่งการส่งเสริมกำลังใจที่จริงใจมีพลังที่จะมอบความหวังและความกล้าหาญให้มีชีวิตต่อไปได้

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 18 ธันวาคม 2549

Ø  พวกเราสมาชิกเอสจีไออุทิศตนเองเพื่อรับใช้ธรรม รับใช้มนุษยชาติ พวกเราไม่มีชีวิตที่เห็นแก่ตัว นี่คือเหตุผลที่ว่า เรามีงานยุ่งกว่าคนอื่น และบางครั้งไม่มีโอกาสจะพักผ่อนร่วมกับครอบครัว อย่างไรก็ตาม เรายังคงทำงานรับใช้ผู้อื่นต่อไป พวกเรามีวิถีการดำเนินชีวิตที่สูงส่งที่สุด เราต้องทำให้บุตรหลานของเราเข้าใจและเคารพในความเชื่อของเรา วิถีชีวิตของเราและการอุทิศของพวกเรา เราต้องเพียรพยายามอย่างมีสติเพื่อพูดคุยและสื่อสารความคิด ความรู้สึกของเราให้แก่พวกเขา  การค้นหาปัญญาเพื่อสิ่งดังกล่าวเป็นการแสดงออกความศรัทธาของเรา

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 17 ธันวาคม 2549

Ø  สถานที่ซึ่งพวกเรามาชุมนุมกันด้วยจิตใจที่เร่าร้อน ก็คือ เขาคิชฌกูฏ และท่านทั้งหลายคือพระพุทธและโพธิสัตว์การชุมนุมกันบนเขาคิชฌกูฏที่ฉายส่องชั่วนิรันดร์ของสมาคมโซคา และแชมเปี้ยนแห่งความดีที่สูงสุดนั้น แน่นอนว่า ท่านจะต้องมีความสุข และมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างแน่นอน และจะต้องมีชัยชนะในที่สุด ท่านทั้งหลายกำลังแสดงบทละครส่วนตัวแห่งการปฏิวัติมนุษย์บนเวทีแห่งภาระหน้าที่ของท่าน แผ่ขยายความกล้าหาญและความหวังให้แก่ผู้อื่น และก้าวหน้าเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล นี่คือคำปฏิญาณบนเขาคิชฌกูฏของโพธิสัตว์จากพื้นโลก

(บนเขาคิชฌกูฏ ตอนที่ 2)

Ø  พวกเราทั้งหลายเป็นมนุษย์ ดังนั้น  พวกเราทั้งหมดจึงเหมือนกัน ความแตกต่างที่แท้จริงอย่างเดียวก็คือสภาพชีวิต  สภาพชีวิตของเรายังคงมีอยู่ต่อเนื่องต่อไปจนกระทั่งเสียชีวิตและตลอดไปชั่วนิรันดร์  พระนิชิเร็นไดโชนินจึงกล่าวว่า “ความศรัทธาเท่านั้นที่เป็นสาระที่แท้จริง”

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 16 ธันวาคม 2549

Ø  ความศรัทธาโดยมีโงะฮนซนเป็นพื้นฐาน หมายถึง การลุกขึ้นยืนแบกรับภาระหน้าที่ของโพธิสัตว์จากพื้นโลก และอุทิศตนเองต่อปณิธานที่ยิ่งใหญ่เพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล  นี่คือการแสดงออกของความเคารพนับถือต่อโงะฮนซน แค่เพียงประดิษฐานโงะฮนซนและประกอบพิธีที่ยิ่งใหญ่นั้นไม่พอ  สมาคมโซคาเป็นสถานที่ชุมนุมของโพธิสัตว์จากพื้นโลก ผู้ซึ่งเพียรพยายามอย่างหมดหัวใจเพื่อเผยแผ่ธรรมมหัศจรรย์ในสมัยธรรมปลาย ซึ่งสอดคล้องกับปณิธานที่พวกเขาได้ให้ไว้บนเขาคิชฌกูฏ ในฐานะลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นไดโชนิน พวกเรากำลังก้าวหน้าเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล สามัคคีกันด้วยเจตนารมณ์ของ “ต่างกายใจเดียว”  สมาคมโซคาเองเป็นตัวอย่างของการชุมนุมบนเขาคิชฌกูฏที่ยังคงดำเนินอยู่

(บนเขาคิชฌกูฏ ตอนที่ 2)

Ø  รูปลักษณ์ภายนอกของเราไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่อยู่ที่จิตใจภายใน เช่น สายใยของจิตใจกับจิตใจ บางครอบครัวอาจอยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่จิตใจเหินห่างกัน บางครอบครัวได้มีเวลาพบกันสั้น ๆ แต่มีความปีติยินดีเต็มที่  จิตใจกับจิตใจสื่อสารกันอย่างมีชีวิตชีวาเมื่อมาพบกัน  ครอบครัวที่มีสายใยเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดบนพื้นฐานของความเพียรพยายามในแต่ละวันนั้นที่รวมเป็นหนึ่งเดียวนั้น สมาชิกในครอบครัวจะรู้สึกสบายใจและเป็นกันเอง ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรอยู่ก็ตาม

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 15 ธันวาคม 2549

Ø  ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการต่อสู้ให้เห็นแพ้หรือชนะ  พุทธธรรมก็เช่นเดียวกัน  ความจริงและความเที่ยงธรรมจะต้องชนะในที่สุด สิ่งสำคัญคือ เราต้องต่อสู้อย่างกระตือรือร้นกับผู้ที่เหยียบย่ำสิ่งเหล่านี้ และผู้ที่ทำร้ายและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน เราจะต้องแสดงพลังที่แท้จริง ความจริง และความเที่ยงธรรมทั้งหมดของเราออกมา

สิ่งสำคัญคือ การมองทะลุการกระทำผิดหรือบิดเบือน และไม่ลังเลที่จะพูดคัดค้าน เราต้องไม่ยอมแพ้เพราะความกลัว  ทั้งหมดขึ้นอยู่กับลูกศิษย์ที่กล้าหาญและจริงใจที่ลุกขึ้นยืนหยัด  พระนิกโคโชนิน ลูกศิษย์โดยตรงของพระนิชิเร็นไดโชนิน และผู้สืบทอดของท่านกล่าวว่า “ลูกศิษย์เหล่านี้(พระสงฆ์อาวุโส 5 รูป) ทั้งหมดได้หักหลังต่อพระนิชิเร็นไดโชนิน อาตมานิกโคเพียงผู้เดียวที่ปกป้องคำสอนที่ถูกถ้วนของพระนิชิเร็นไดโชนิน และถือว่าตนเองคือผู้รับผิดชอบในการจุดประกายให้การเผยแผ่ธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินบรรลุผลสำเร็จ  อาตมาจึงไม่เคยลืมความปรารถนาที่แท้จริงของท่าน”

(บนเขาคิชฌกูฏ ตอนที่ 2)

Ø  บุญกุศลที่พอกพูนขึ้นของบิดามารดา ผู้ซึ่งขยันขันแข็งในการปฏิบัติกิจกรรมของเอสจีไอจะสามารถปกป้องบุตรหลานได้อย่างแน่นอน ด้วยความเชื่อมั่นเช่นนี้ ท่านจึงต้องเพียรพยายามเปิดและรักษาการสนทนากับบุตรหลาน อย่าปล่อยปละละเลยพวกเขาโดยอ้างว่ามีธุระยุ่ง ช่วยไม่ได้ หรือมีเรื่องอื่นต้องทำก่อน  ถ้าท่านไม่เพียรพยายามเช่นนี้แล้ว ท่านก็จะเป็นบิดามารดาที่ไม่มีความรับผิดชอบและขาดความเมตตากรุณา

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 14 ธันวาคม 2549

Ø  “นี่คือข้อความที่ข้าพเจ้ายึดมั่นอยู่ในใจมาตลอดชั่วชีวิต และสิ่งนี้ยังแสดงถึงแก่นแท้ของเจตนารมณ์ของสมาคมโซคา  พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวต่อไปว่า “พวกเขา (ลูกศิษย์ของอาตมา) ควรจะยึดมั่นความศรัทธาต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตร และมุ่งสู่ (ดินแดนบริสุทธิ์ของ) เขาคิชฌกูฏ เพื่อว่าพวกเขาจะนำพาผู้อื่นไปได้ด้วย”

การเพียรพยายามในความศรัทธาด้วยความตั้งใจเช่นเดียวกับอาจารย์ หมายถึง การก้าวหน้าต่อไปท่ามกลางความยากลำบากแสนสาหัส ด้วยความตั้งใจที่ไม่หวั่นไหวร่วมกับอาจารย์เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายของการบรรลุปณิธานอันยิ่งใหญ่เพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล   ผู้ที่รักษาเจตนารมณ์ของความศรัทธาดังกล่าวตลอดชั่วชีวิตจะสามารถได้รับสภาพชีวิตที่กว้างใหญ่ไพศาลของดินแดนบริสุทธิ์ของเขาคิชฌกูฏ ซึ่งก็คือสภาวะพุทธได้ชั่วนิรันดร์  ยิ่งกว่านั้น พวกเขายังสามารถนำพาครอบครัวและบุคคลอันเป็นที่รักของเขาไปสู่สภาพชีวิตดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน

Ø  ความศรัทธาแสดงออกมาที่ปัญญา จุดมุ่งหมายของความศรัทธาของเราคือการเป็นผู้ฉลาด เพื่อจะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างชาญฉลาด  ถ้าผู้ที่ปฏิบัติศรัทธาไม่สามารถสื่อสารกับลูก ๆ ของตน และไม่สามารถสร้างครอบครัวที่เข้มแข็งและมีความสุขได้แล้ว ความปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้อื่นก็จะกลายเป็นเพียงเป้าหมายที่เป็นเพียงแค่นามธรรมเท่านั้น

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 13 ธันวาคม 2549

Ø  ในระหว่างการสวดมนต์เช้าเย็น เราสวดท่อนหนึ่งของสัทธรรมปุณฑริกสูตร ในพระสูตรกล่าวถึง การย้ายจากเขาคิชฌกูฏไปบนพิธีห้วงอวกาศ และกลับมาที่เขาคิชฌกูฏอีกครั้ง พูดอีกนัยหนึ่งคือ การย้ายจากโลกแห่งความจริงไปสู่โลกแห่งการรู้แจ้ง และกลับมาสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้ง การสวดมนต์เช้าเย็นของเรา ทำให้เราเปิดฉากของบทละครที่ยิ่งใหญ่ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของเราและดำเนินชีวิตในแต่วันอย่างมีพลังและมีชีวิตชีวา เราสามารถนำพลังพุทธจากภายในของเรา เพื่อท้าทายกับความยากลำบากและอุปสรรคด้วยความมั่นใจในชีวิตประจำวันของเรา และได้รับชัยชนะได้  และชีวิตของเราก็จะเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตอันมหาศาล นี่คือความหมายของการบรรลุพุทธภาวะในกายนี้

สภาวะพุทธที่สูงส่งนี้จะฉายส่องด้วยแสงแห่งความศรัทธาที่ไม่หวั่นไหว ซึ่งเกิดจากการเอาชนะอุปสรรคมารทุกชนิด นี่คือสภาวะของชัยชนะอันรุ่งโรจน์และไม่จบสิ้น เป็นชัยชนะเหนือความทุกข์ของการเกิด แก่ เจ็บ และตาย และสภาพชีวิตที่สูงส่งนี้จะคงอยู่ตลอดไปแม้หลังความตาย  ชีวิตของเราจะหลอมเข้ากับจักรวาล ในสภาพที่กว้างใหญ่ไม่มีขอบเขตจำกัด และดำเนินต่อไปอย่างอิสรเสรี ปีติยินดี และสนุกสนาน นี่คือสภาพชีวิตที่ทั้งยามมีชีวิตหรือยามตายก็เป็นความปีติยินดี   การสามารถได้รับสภาพชีวิตเช่นนี้เป็นจุดมุ่งหมายของการศรัทธาและการปฏิบัติของเรา

(บนเขาคิชฌกูฏ ตอนที่ 2)

Ø  องค์กรแห่งความศรัทธา ไม่ใช่สิ่งที่มาดึงหรือขัดขวางท่าน  แต่กลับเป็นกระดานโดดที่ทำให้ท่านพัฒนาตนเองได้จนถึงขีดสุด และดำเนินชีวิตได้อย่างมีพลังที่สุด  ดังนั้น สมาคมจึงเป็นสถานที่ที่มีค่ามากที่สุดสำหรับพวกเรา ให้พวกเราปฏิบัติพุทธธรรมได้

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2549

Ø  อเล็กซานเดอร์ ปุชกิน (ค.ศ.1799-1837) กวีชาวรัสเซีย กล่าวว่า “ในความหวัง ในความเชื่อมั่นที่ปลื้มปีติ ทำให้สามารถเผชิญหน้ากับเรื่องทุกอย่างที่เข้ามาได้”  จิตใจแห่งการท้าทายนี้มีพลังที่จะปลดปล่อยศักยภาพของเราออกมาได้อย่างเต็มที่

Ø  บางครั้งลูกของท่านอาจจะไม่ได้สวดมนต์เช้าเย็นบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องกังวลมากจนเกินไป

บางครั้งอาจจะสวดแค่ 3 คำก็เพียงพอ  การปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง (แม้จะสวดมนต์เช้าเย็นไม่สม่ำเสมอ) มีความสำคัญมากกว่า  สิ่งสำคัญก็คือเด็ก ๆ สามารถรักษาสายสัมพันธ์กับโงะฮนซนและเอสจีไอไปได้ตลอดชั่วชีวิต

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 11 ธันวาคม 2549

Ø  เมื่อเราสวดไดโมขุแห่งนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวด้วยความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งว่าเราคือตัวตนของธรรมมหัศจรรย์ ซึ่งเป็นกฎพื้นฐานของจักรวาล เราก็จะสามารถนำพลังชีวิตที่ยิ่งใหญ่ของธรรมมหัศจรรย์ ซึ่งมีพร้อมปัญญาและความเมตตาออกมาได้ และเราสามารถนำมาใช้ในการฟันฝ่าความทุกข์ยากและอุปสรรคที่เจ็บปวดได้ และก่อสร้างสภาพความสุขสัมบูรณ์ที่ไม่มีอะไรมาทำลายได้

(บรรยายธรรมนิพนธ์เรื่องการสืบทอดสายเลือดที่สำคัญยิ่งเพียงหนึ่งเดียวแห่งการเกิดตาย ตอนที่ 3)

Ø  อาจารย์โทดะเคยกล่าวไว้ว่า “จงเป็นคนที่เข้มแข็งทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา และจิตใจ”  การมีความเข้มแข็งทั้ง 3 ด้านนี้ถือเป็นอุดมคติ คนจำนวนมากอาจเข้มแข็งได้หนึ่งหรือสองด้านเท่านั้น  แต่เมื่อทั้งสามด้านมารวมกันแล้ว เราก็จะสามารถมีชีวิตที่สมดุลได้ เป็นชีวิตแห่งชัยชนะที่กึกก้อง  ผู้ที่เสริมสร้างความเข้มแข็งทั้งหมดนี้ได้จะไม่มีวันพ่ายแพ้

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 10 ธันวาคม 2549

Ø  ประธานสมาคมโซคาท่านแรก อาจารย์จึเนะซาบุโร่ มาคิงุจิ กล่าวว่า “พลังชีวิตของพวกเราแต่ละคนโดยไม่มียกเว้น เป็นการแสดงออกของพลังชีวิตที่ยิ่งใหญ่ของจักรวาล ดังนั้น กฎที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นบ่อเกิดของพลังชีวิตของปรากฏการณ์ทั้งหลาย ซึ่งแสดงออกมาเป็นตัวแทนของพลังชีวิต รวมทั้งมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน  นั่นก็คือธรรมมหัศจรรย์ ทั้งยังเป็นสาระสำคัญและตัวตนของกฎทั้งหลายที่ควบคุมชีวิตอยู่  เมื่อเราเชื่อมต่อกับพลังชีวิตขั้นพื้นฐานของจักรวาล ซึ่งมีอยู่ภายในชีวิตของเรา เราจะได้รับสภาพชีวิตที่สูงส่ง ซึ่งสามารถแสดงพลังที่ยิ่งใหญ่เทียบเท่าจักรวาลได้  สภาพชีวิตที่สูงส่งนี้ไม่ถูกควบคุมจากแรงผลักดันของความเห็นแก่ตัว ซึ่งแสวงหาแต่ความสุขส่วนตัว แต่เป็นการยกระดับจิตใจของการสนับสนุนและให้กำลังใจซึ่งกันและกันที่มีต่อทุกคน เพื่อให้พวกเขาแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ การเอาใจใส่และส่งเสริมกำลังใจผู้อื่นคือความเมตตากรุณา และความเมตตากรุณาก็คือการทำงานซึ่งมีอยู่ทั้งสกลจักรวาล”

(บรรยายธรรมนิพนธ์เรื่องการสืบทอดสายเลือดของเรื่องที่ยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งแห่งการเกิดตาย ตอนที่ 3)

Ø  เราต้องฝังรากอย่างมั่นคง เราต้องเข้มแข็ง ความเข้มแข็งจากภายในเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของความสุข การยึดความเที่ยงธรรมและความเชื่อของเรา ฉายาหนึ่งของพระพุทธคือ “ผู้ที่อดทนไหว” การอดทน อุตสาหพยายาม และการเอาชนะความยากลำบากทั้งหลายอย่างกล้าหาญของพระพุทธ ก็คือคุณธรรมที่สูงสุดของขันติ  พลังความศรัทธาจะทำให้เราเข้มแข็ง ทนทาน และอยู่รอดต่อพายุต่าง ๆ  ความอดทนเป็นแก่นแท้ของพระพุทธ

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 9 ธันวาคม 2549

Ø  การที่พวกเราต้องเผชิญกับช่วงเวลาวิกฤตในชีวิตก็เพื่อเป็นการทดสอบ นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมท่าทีและการเพียรพยายามในแต่ละวันจึงมีความสำคัญ  ด้วยการพยายามอย่างขยันขันแข็งวันแล้ววันเล่า เราจะสามารถสร้างโอกาสที่ดีที่สุด เมื่อมาถึงทางแยกของจุดวิกฤต

(บทประพันธ์เรื่องปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่มที่ 19 บทที่ 2)

ความศรัทธาหมายถึงความหวังอันไม่มีขีดจำกัด และความหวังอันไม่มีขีดจำกัดมีอยู่ในเอสจีไอ  ตราบใดที่มีความศรัทธาที่จริงใจ ความรุ่งโรจน์ที่ไม่จำกัดและชัยชนะที่ไม่รู้จบก็จะมาอยู่ตรงหน้าได้ ท่านจะไม่มีวันพบกับหนทางตันอีกต่อไป

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 7 ธันวาคม 2549

Ø  ในฐานะผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของการเผยแผ่ธรรมในแต่ละท้องถิ่น โปรดจงอย่าลืมว่า ต้องมีความกล้าหาญ  ความเชื่อมั่น และความเมตตากรุณา พร้อมกับมีจิตใจร่าเริง ยิ้มแย้มกับทุกคน  โปรดจงอย่าลืมเกียรติยศของการอุทิศชีวิตต่อภาระหน้าที่ที่สูงส่งของธรรมมหัศจรรย์ ซึ่งหมายถึงจุดมุ่งหมายที่สูงสุดของชีวิต และเป็นรูปแบบที่สูงสุดของความงาม ประโยชน์ และความดี

(จากเกียรติยศของการอุทิศชีวิตต่อภาระหน้าที่ที่สูงส่งของธรรมมหัศจรรย์)

Ø  มีแต่จิตใจของเราที่เปลี่ยนแปลงจิตใจของผู้อื่นได้ มิตรภาพสามารถเปลี่ยนแปลงประชาชนได้ นักเดินทางที่ต้องเผชิญกับความหนาวเหน็บจะกระชับผ้าคลุมไหล่ให้แน่นขึ้น แต่ถ้าได้รับความอบอุ่นจากดวงอาทิตย์ก็จะคลายมือเอาผ้าคลุมออกโดยธรรมชาติ

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 6 ธันวาคม 2549

Ø  การต่อสู้กับความชรา แท้จริงแล้วเป็นการต่อสู้กับความกลัวต่อการท้าทายใหม่ ๆ  กระบวนการชราเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในผู้ที่เริ่มต้นคิดว่า เขาทำพอแล้ว หรือผู้สูญสิ้นชีวิตจิตใจที่จะเสริมสร้างยุวชน เป็นผู้ที่ยังยึดติดกับอดีตนั่นเอง ส่วนผู้ที่ยังคงท้าทายจนถึงที่สุดคือผู้ที่น่ายกย่อง และเยาว์วัยมากที่สุด คนเช่นนี้จะเยาว์วัยตลอดไป และมีชัยชนะที่แท้จริงในชีวิต

Ø  หากปฏิบัติศรัทธา แต่มีท่าทีจิตใจชอบบ่นแล้ว ก็จะทำลายบุญวาสนาให้หมดไป  ผู้ที่ชอบบ่นมักจะไม่ได้รับการเคารพยกย่องจากผู้อื่น ในแง่ทางโลกและทางธรรมนั้น พฤติกรรมเช่นนี้ไม่คู่ควรกับผู้ฉลาด และไม่คู่ควรแก่การได้รับการเคารพยกย่อง

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 5 ธันวาคม 2549

Ø  พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนไว้ในธรรมนิพนธ์ว่า “แต่เทวทัตไม่ได้รับความเคารพจากคนอื่น (เหมือนที่พระศากยมุนีพุทธได้รับ) ดังนั้น จึงเริ่มคิดว่า ไม่มีทางที่เขาจะได้รับชื่อเสียงทางโลกเหนือกว่าที่พระพุทธได้รับ” จงอย่าเป็นเหมือนเทวทัตที่ถูกครอบงำจากการชิงดีชิงเด่นและความอิจฉาริษยา

ในหนังสือเรื่องสาธารณรัฐของนักปรัชญากรีกโบราณ ท่านพลาโต ได้บันทึกคำพูดของอาจารย์ของเขา ท่านโซเครตีสว่า “เราพบว่า คนที่แสดงความชั่วร้ายมากที่สุดจะเป็นคนที่น่าสงสารมากที่สุด ท่านพลาโตยังเขียนไว้ว่า สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ ให้การช่วยเหลือ (ความเที่ยงธรรม) ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่คือสิ่งที่ท่านทั้งหลายกำลังทำอยู่ในกิจกรรมแต่ละวันนั่นเอง

ท่านพลาโตยังแนะนำว่า “ถ้าเราไม่ดีในด้านใด เราต้องแก้ไขให้ถูกต้อง”  สิ่งสำคัญคือ ชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงและทำให้ถูกต้อง

(จากการประชุมหัวหน้าภาค ครั้งที่ 1 – [ตอน 2])

Ø  มีที่ใดที่เราสามารถค้นพบถนนชั้นเยี่ยมไปสู่การปฏิรูปและเปลี่ยนแปลง ท่านอีเมอร์สันประกาศว่า “ผู้ยิ่งใหญ่ไม่ใช่ผู้ที่เปลี่ยนแปลงสิ่งของ แต่เป็นผู้ที่เปลี่ยนแปลงสภาพจิตใจได้ต่างหาก” เขากระตุ้นให้เราดำเนินการปฏิรูปภายในของเรา ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านมั่นใจว่า การท้าทายที่พวกเราทำวันแล้ววันเล่าของการปฏิวัติมนุษย์ของเรา ก็คือ ถนนชั้นเยี่ยมที่นำไปสู่การปฏิรูปภายในครอบครัว ท้องถิ่นและสังคมของเรา  การปฏิวัติภายในคือฐานรากที่สุด ขณะเดียวกันก็เป็นการปฏิวัติขั้นสูงสุดเพื่อการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 3 ธันวาคม 2549

Ø  ข้าพเจ้าขอยกคำพูดของจูเลียส ซีซาร์ แม่ทัพโรมันโบราณและรัฐบุรุษว่า ชีวิตคือการต่อสู้ การเผยแผ่ธรรมไพศาลก็คือการต่อสู้เช่นเดียวกัน ซีซาร์เขียนไว้ว่า เรื่องราวต่างๆ ขึ้นอยู่กับความรวดเร็ว การกระทำที่รวดเร็วเป็นกุญแจสู่ชัยชนะ อาจารย์โทดะก็กล่าวถึงเรื่องนี้อยู่บ่อย ๆ  การที่สมาคมมีชัยชนะได้ครั้งแล้วครั้งเล่านั้น ต้องขอขอบคุณแรงส่งที่รวดเร็วและทรงพลังของพวกเรา ซึ่งเรื่องนี้นักคิดชั้นนำได้ตั้งข้อสังเกตไว้

นักกวีชาวอิตาเลียน ท่านเกียโดโม ลีโอปาร์ดี (ค.ศ.1798-1837) เขียนไว้ว่า  “การดูหมิ่น ความเกลียดชัง และความอิจฉาริษยาจะพุ่งไปสู่คนที่มีเกียรติที่แท้จริง”   ในกรณีของพระนิชิเร็นไดโชนินก็เช่นกัน  ข้าพเจ้าก็เช่นเดียวกัน ต้องพบกับการบีฑาทุกรูปแบบ แม้จะในระดับที่แตกต่างจากพระนิชิเร็นไดโชนิน ข้าพเจ้าถูกดูหมิ่น และทำลายชื่อเสียง เนื่องจากข้าพเจ้าทำสิ่งที่ถูกต้องและเป็นความดี  การดูหมิ่น ความเกลียดชัง และความอิจฉาริษยา สำหรับคนมีเกียรติที่แท้จริงนั้นจะรู้สึกเหมือนถูกแมลงต่อยแค่นั้นเอง  ดังที่ในธรรมนิพนธ์ได้สอนไว้ว่า การไม่ต่อสู้กับความชั่วร้ายก็คือความขี้ขลาด ชั่วร้าย และต่ำช้า  ถ้ามีวันหนึ่งที่สมาคมมีคนเช่นนี้เต็มไปหมดแล้ว สมาคมก็จะถูกมารทำลายลงได้ จงอย่ายอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นอันขาด

นักกวีชาวทมิฬชื่อดัง ท่านตรูวัลลูวาร์ (ระหว่างศตวรรษที่ 5-6) ตั้งข้อสังเกตว่า “คำพูดนั้นสามารถทำได้ทั้งสร้างหรือทำลาย ดังนั้น ควรระมัดระวังให้ดี”  คำพูดและเสียงที่เราเอ่ยออกมานั้นมีความสำคัญมาก เสียงของบุคคลหนึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้  ดังที่พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวไว้ว่า “ความคิดแสดงออกมาทางเสียง”  ดังนั้น ขอให้พูดด้วยน้ำเสียงที่สะท้อนความจริงใจออกมา

(จากการประชุมหัวหน้าภาค ครั้งที่ 1 – [ตอน 2])

Ø  ความศรัทธาเป็นเคล็ดลับของความสุขสำหรับคนทุกคน เมื่อหล่อหลอมจิตใจแห่งความศรัทธาอย่างแท้จริงแล้ว ก็จะเป็นผู้ที่มีชัยชนะชั่วนิรันดร์ตลอดสามชาติแห่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต  ความศรัทธาที่เข้มแข็งทำให้เราสามารถแสดงปัญญาออกมาได้อย่างเหมาะสม เพื่อว่าเราจะสามารถได้เปรียบจากการเปลี่ยนแปลง และมุ่งไปข้างหน้าในทิศทางแห่งชัยชนะและความหวังได้

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 2 ธันวาคม 2549

Ø  ขอยกข้อความจากธรรมนิพนธ์ของพระนิชิเร็นไดโชนินมอบให้แก่ทุกท่าน ลำดับแรก พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ไฟสามารถเผาทุ่งหญ้าอายุหนึ่งพันปีให้เป็นเถ้าได้ในชั่วพริบตา และความดีที่สร้างสมมาถึงหนึ่งร้อยปีสามารถถูกทำลายได้ด้วยคำพูดเพียงคำเดียว” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 636)  เราต้องจำไว้ว่า อย่ายอมแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อกำลังเผชิญกับความยากลำบาก

พระนิชิเร็นไดโชนินสอนว่า “ถ้าเข้าใกล้ผู้ดูหมิ่นธรรมแล้ว รากแห่งความดีที่ได้รับจากการปฏิบัติธรรมก็จะถูกทำลายลงจนหมดสิ้น และจะต้องตกนรกร่วมกับผู้ดูหมิ่นธรรมด้วย”

มีผู้ที่ภายนอกดูเหมือนมีความศรัทธา แต่แท้จริงแล้วดูหมิ่นธรรม เราควรระมัดระวังไม่ให้มีการดูหมิ่นธรรม เพราะจะลบล้างเหตุแห่งความดีทั้งหมดที่เราได้สะสมไว้ด้วยความพากเพียรอย่างหนัก

(จากการประชุมหัวหน้าภาค ครั้งที่ 1 [ตอน 2])

Ø  พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “ถ้าจุดตะเกียงเพื่อผู้อื่น ก็จะส่องสว่างแก่เส้นทางให้แก่ตนเองได้ด้วย” (ธรรมนิพนธ์หน้า 1598)  ขอให้มั่นใจว่า ยิ่งเปลวไฟแห่งการกระทำที่เมตตากรุณาของท่านลุกโชนมากเท่าไร แสงซึ่งจะแผ่กระจายความสุขให้แก่ชีวิตก็จะสว่างมากยิ่งขึ้น ผู้ที่มีจิตใจเมตตากรุณาจะเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุดเหนือกว่าใคร ๆ

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2549

Ø  อาจารย์โทดะยังเน้นว่า “ทุกคนล้วนต้องการหลีกเลี่ยงความยากลำบาก แต่พุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินไม่ใช่ลักษณะของความศรัทธาที่ไม่สนใจที่จะสร้างสิ่งดี ๆ ให้แก่โลก ซึ่งเอาแต่กราบไหว้บูชาเงียบ ๆ โดยสันโดษ และปรารถนาให้สามารถบรรลุพุทธภาวะภายหลังจากที่เสียชีวิตลง  ขอให้ต่อสู้เพื่อการเผยแผ่ธรรมกับสมาคมโซคา”

พุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินจะสามารถเป็นพุทธธรรมที่มีชีวิตได้ด้วยจิตใจที่ต่อสู้นี้ ซึ่งเป็นท่าทีจิตใจที่สร้างความปีติยินดีอย่างใหญ่หลวงแก่พระนิชิเร็นไดโชนินอย่างแน่นอน

(จากการประชุมหัวหน้าภาค ครั้งที่ 1 – [ตอน 2])

Ø  พุทธธรรมคือการนำคำสอนมาปฏิบัติ การปฏิบัติเท่ากับการศรัทธา เมื่อมีคำอธิษฐานและการปฏิบัติที่จริงใจแล้ว ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่สามารถสมปรารถนา  เมื่อบำเพ็ญเพียรพุทธมรรคอย่างต่อเนื่องมุ่งสู่การเผยแผ่ธรรมไพศาล และมีความเข้าใจในความศรัทธามากขึ้นแล้ว คำอธิษฐานก็จะสามารถบรรลุผลสำเร็จได้อย่างแน่นอน

 

 

กลับหน้าแรก