กลับหน้าแรก

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  28  กุมภาพันธ์  2550

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  27  กุมภาพันธ์  2550

Ø  ในนครอมตะ ซึ่งเป็นบทประพันธ์ของนักเขียนชาวอังกฤษ ท่านฮอลล์เคน (ค.ศ.1853-1931)  เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตและการต่อสู้ของกลุ่มนักปฏิวัติหนุ่มสาว ซึ่งในนั้นมีคำพูดว่า “บัลลังก์ที่อยู่บนความรักของประชาชนอย่างกว้างขวางนั้นแข็งแรงและถูกต้อง  ประชาชนมีความสำคัญที่สุด หนทางที่ยิ่งใหญ่มุ่งไปข้างหน้าจะสามารถเปิดออกได้ถ้ามีพื้นฐานดังกล่าว   ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าประชาชน

ยังมีข้อความอื่นในนวนิยาย เช่น คนริเริ่มมักจะเป็นผู้พลีชีพ เป็นเรื่องจริงสำหรับคนที่เริ่มต้นทำความเพียรพยายามที่ยิ่งใหญ่บางอย่าง ผู้ที่เดินนำหน้าก่อน และก็เป็นจริงสำหรับอาจารย์มาคิงุจิ เป็นจริงสำหรับอาจารย์โทดะ และเป็นจริงสำหรับข้าพเจ้าด้วย

ผู้พลีชีพคือผู้ที่ไม่คิดถึงความสบายของตนเอง แต่จะมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่สิ่งที่ตัวเองเชื่อ ดังนั้น จึงถูกเข้าใจผิดและถูกบีฑา  ข้าพเจ้าทำให้ความฝันและเป้าหมายของอาจารย์โทดะเป็นจริงทุกอย่างโดยไม่ตกหล่นแม้แต่น้อย  นี่คือเรื่องที่ข้าพเจ้าอยากทำให้ชัดเจน  ตลอดประวัติศาสตร์ ใครที่พยายามจะทำดีจะถูกอิจฉาและโจมตี แต่จะถือเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรง หากมัวแต่ยืนเงียบ ๆ และเฝ้าดูสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่พูดตำหนิออกมา

รอสซี่เป็นชายหนุ่มที่มีความเชื่อมั่นที่เข้มแข็ง พลังอะไรที่มีอยู่ในตัวผู้พลีชีพ   จักรวรรดิโรมัน ท่านผู้หญิง คนในราชวงศ์โบราณ เขาทั้งหลายตอนนี้เป็นอย่างไร เป็นเพียงฝุ่นผงและขี้เถ้า แต่ผู้พลีชีพยังไม่ตาย ใครจะไปสนใจความยิ่งใหญ่ที่ผิวเผินหรือเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว มีแต่ผู้พลีชีพซึ่งยึดถือความเชื่อของเขาอย่างไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เป็นผู้ที่สูงส่งอย่างแท้จริง

(ประชุมหัวหน้าภาค ครั้งที่ 4 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2007)

Ø  ตั้งแต่ดั้งเดิม ชีวิตของทุกคนเป็นกระจกที่ใส ความแตกต่างขึ้นอยู่กับว่าเขาได้มีการขัดกระจกหรือไม่ กระจกที่ขัดแล้วคือชีวิตพุทธ ส่วนกระจกที่มัวคือมนุษย์ปุถุชน  การสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวคือการขัดชีวิตของเรา

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  26  กุมภาพันธ์  2550

Ø  พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า ถ้าเจตนารมณ์ของต่างกายใจเดียวแพร่หลายท่ามกลางประชาชนแล้ว เป้าหมายก็จะบรรลุผลสำเร็จได้  ด้วยความสามัคคีที่สมบูรณ์ และไม่มีอะไรมาทำลายได้ ขอให้พวกเราแสดงให้ทั่วประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลกได้ประจักษ์ถึงบทละครแห่งชัยชนะที่รุ่งโรจน์ของอาจารย์กับศิษย์

Ø  พุทธธรรมสอนว่า ชีวิตในแต่ละขณะมีพร้อมปรากฏการณ์ทั้งหลาย นี่คือหลักธรรมเรื่องหนึ่งขณะจิตสามพัน ซึ่งเป็นคำสอนที่สูงสุดของสัทธรรมปุณฑริกสูตร และแก่นสารของพุทธธรรม เนื่องจากวิถีชีวิตที่ลึกซึ้งของเรา ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นรอบข้าง จึงจำเป็นที่เราจะต้องออกไปพบปะผู้อื่น ซึ่งก็คือเข้าร่วมกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราและชุมชนของเรา  การปฏิบัติแบบคิดถึงแต่ตัวเอง หรือมีแต่ทฤษฎี ไม่มีการปฏิบัตินั้น ไม่ใช่พุทธธรรมอย่างแน่นอน

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  25  กุมภาพันธ์  2550

Ø  ความยากลำบากทำให้เราเติบโต ความไม่สมบูรณ์และความไม่บริสุทธิ์ของชีวิตนั้น จะทำให้บริสุทธิ์ได้ด้วยความศรัทธา  พุทธธรรมสอนว่า “กิเลสก็คือโพธิญาณ”

(ประชุมหัวหน้าภาค ครั้งที่ 4 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2007)

Ø  ท่านคานธี สอนประชาชนให้ดำเนินชีวิตอย่างกล้าหาญดังราชสีห์ โดยเน้นกับพวกเขาว่า พวกเขาไม่ควรปล่อยเรื่องต่าง ๆ ให้คนอื่นทำ พวกเขาต้องยืนหยัดขึ้นมาด้วยตัวเอง และต่อสู้เพื่อความเที่ยงธรรม  ในที่สุดแล้ว วิถีทางเดียวที่จะมุ่งไปข้างหน้าก็คือ การพัฒนาความเชื่อมั่นในตัวเอง  หล่อหลอมจิตใจของการยืนหยัดแต่เพียงผู้เดียว นั่นคือวิถีทางเดียวไปสู่ชัยชนะ

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  24  กุมภาพันธ์  2550

Ø  สิ่งสำคัญคือมีคนหนึ่งลุกขึ้นและลงมือกระทำ คน ๆ นั้นได้ทำสิ่งที่แตกต่างไป หนทางข้างหน้าจะเปิดออกจากตรงนั้น

(ประชุมหัวหน้าภาค ครั้งที่ 4 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2007)

Ø  พุทธธรรมไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับการมีชีวิตอยู่อย่างเห็นแก่ตัว (ยึดตัวเองเป็นหลัก) ถ้าเราไม่ดำเนินชีวิตบนพื้นฐานของธรรม เราก็ไม่ได้ปฏิบัติพุทธธรรม นักเขียนชาวเยอรมัน ท่านเฟรดริก ฟอน ชิลเลอร์ เขียนไว้ว่า”คนกล้าหาญคิดถึงตัวเองเป็นคนสุดท้าย”  นี่คือตัวอย่างของเจตนารมณ์ของการไม่เสียดายชีวิตที่สอนอยู่ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร ซึ่งหมายถึงการให้กับความสำคัญกับธรรมเหนือกว่าชีวิตของเรา  ธรรมและการเผยแผ่ธรรมเป็นหลัก

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  23  กุมภาพันธ์  2550

Ø  ข้าพเจ้าพูดเรื่องนี้โดยมีภาพของอนาคตอยู่ในจิตใจ เราต้องไม่เป็นองค์กรที่มีผู้นำที่อวดดีหรือคดโกงทำให้สมาชิกเป็นทุกข์  ทั้งผู้นำและองค์กรของเรา จะต้องเต็มไปด้วยความเป็นมนุษย์ และสมาคมโซคาจะยังคงสอดคล้องอย่างเข้มงวดกับกฎพื้นฐานของจักรวาลอยู่ตลอดเวลา  ถ้าผู้นำคนใดกระทำขัดกับคำสอนของพุทธธรรมแล้ว  ท่านก็จะต้องพูดออกมาให้เห็นชัดและทำให้ถูกต้อง  ผู้ที่ทำเรื่องดังกล่าวก็คือผู้ที่ปกป้องสมาคมโซคาอย่างแท้จริง

 (ประชุมหัวหน้าภาค ครั้งที่ 4 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2007)

Ø  ถ้าปราศจากความกล้าหาญ ก็ไม่มีความเมตตา  ความกล้าหาญและความเมตตาไม่อาจแยกออกจากกันเหมือนสองด้านของเหรียญ ความศรัทธาเป็นบ่อเกิดของความกล้าหาญ  พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “ลูกศิษย์ของอาตมานิชิเร็นนั้น หากขี้ขลาดแล้ว จะไม่บรรลุผลสำเร็จใดๆ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 128)  คนขี้ขลาดไม่สามารถมีชัยชนะในชีวิต ถ้าเราไม่มีความกล้าหาญที่จะอุทิศชีวิตเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล เราจะไม่สามารถสร้างความสุขที่แท้จริงให้แก่ตัวเองและผู้อื่น

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  22  กุมภาพันธ์  2550

Ø  เนื่องจากความเพียรพยายามเพื่อผู้อื่นและเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลแสดงออกมาเป็นบุญกุศลซึ่งตกแต่งชีวิตของเรา นักเขียนชาวเยอรมัน ท่านโจฮันน์ วูล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่ (ค.ศ.1749-1832) เขียนไว้ว่า เฉพาะความถูกต้อง และความศรัทธาที่จริงใจ และเชื่อมั่นเท่านั้น ที่ทำให้คนเรามีค่าสูง

    (ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่มที่ 19 บทที่ 3 ตอนแสงอาทิตย์ 23)

Ø  เคล็ดลับความสำเร็จของท่านเอดิสันคืออะไร ท่านอธิบายว่า ในความเพียรพยายามใด ๆ ก็ตาม จะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะสำเร็จ ไม่ยอมแพ้เป็นวิธีเดียว ทันทีที่ท่านยอมแพ้ก็เท่ากับแพ้เรียบร้อยแล้ว ในโลกของความศรัทธาก็เช่นเดียวกัน การหยุดไม่ใช่ความศรัทธา เราจะต้องสวดมนต์ต่อไปจนกว่าคำอธิษฐานของเราจะได้รับคำตอบ นี่คือวิธีที่ถูกต้องในการอธิษฐาน

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  21  กุมภาพันธ์  2550

Ø  นักเขียนชาวฝรั่งเศส ท่านโรแมน โรลองด์ (ค.ศ.1866-1944) เขียนไว้ว่า “จงให้ความกรุณากับรุ่นน้องให้มากกว่ารุ่นพี่ของคุณ” ยุวชนจะเติบโตและพัฒนาเมื่อพวกเขาได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยความเป็นมนุษย์ของรุ่นพี่ที่อบอุ่น ผู้ซึ่งเอาใจใส่ต่อพวกเขา  ดังเช่นต้นไม้ได้รับการหล่อเลี้ยงจากแสงอาทิตย์

    (ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่มที่ 19 บทที่ 3 ตอนแสงอาทิตย์ 20)

Ø  มิตรภาพคือความเข้มแข็ง มิตรภาพ ความเป็นสหาย และความสามัคคีในหมู่ผู้ศรัทธาเป็นหัวใจของเอสจีไอ ซึ่งมาก่อนองค์กร  เราต้องไม่คิดกลับกันเด็ดขาด  องค์กรมีไว้เพื่อเสริมสร้างมิตร ความเป็นสหาย และความศรัทธาให้ลึกซึ้งขึ้น  การสับสนระหว่างวิธีการกับเป้าหมายนั้นเป็นการผิดพลาดที่น่ากลัว

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  20  กุมภาพันธ์  2550

Ø  ผู้ที่ปฏิบัติคำสอนของพุทธธรรมอย่างถูกต้อง และอุทิศตนสร้างประโยชน์ต่อสังคม และความผาสุกของผู้อื่นนั้น ควรค่าแก่การเคารพยกย่องอย่างแท้จริง ชื่อเสียงกับความร่ำรวยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้  บุคคลเช่นนี้กำลังแสดงสภาพชีวิตของโพธิสัตว์  สมาคมโซคาเป็นองค์กรที่เข้าหาคนทุกข์ยาก และทำให้พวกเขาฟื้นคืนพลังชีวิตขึ้นมาใหม่ และนายกสมาคมแต่ละท่านก็อุทิศชีวิตเพื่อเรื่องดังกล่าวนี้

นักการศึกษา และนักเขียนชาวสวีเดน ท่านเอลเลน คีย์ (ค.ศ.1849-1926) เขียนไว้ว่า “วีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ คนที่ต่อสู้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่ผู้ที่ต่อสู้เพื่ออำนาจหรือความรุ่งโรจน์”   หนทางของโซคาเป็นหนทางที่สูงส่งของวีรบุรุษที่น่ายกย่องและสูงส่งที่สุด

(ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่มที่ 19 บทที่ 3 ตอนแสงอาทิตย์ 18)

Ø  ในช่วงปีท้าย ๆ อาจารย์โทดะมักจะกล่าวแก่ลูกศิษย์อยู่บ่อย ๆ ว่า “จงกล้าหาญในความศรัทธา” ไม่ว่าคนอื่นจะพูดอะไร ให้ก้าวหน้าอย่างกล้าหาญ ดำเนินชีวิตอย่างเชื่อมั่น ทำให้ความกล้าหาญเป็นสัญลักษณ์ชั่วนิรันดร์ของโซคา  นี่คือเจตนารมณ์ที่ท่านมอบให้แก่พวกเราก่อนการมรณกรรมของท่าน

ความศรัทธาเป็นบ่อเกิดของความเข้มแข็ง และความกล้าหาญ  ถ้าปราศจากความกล้าหาญและความเชื่อมั่น เราจะไม่สามารถกล่าวได้ว่า มีความศรัทธาที่แท้จริง

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่ 19  กุมภาพันธ์  2550

Ø  ชีวิตชาตินี้จะไม่ย้อนกลับมาอีก จึงมีค่า และไม่มีอะไรมาทดแทนได้ ขอให้ดำเนินชีวิตอย่างไม่หวนเสียใจภายหลัง สิ่งสำคัญคือ ให้มีเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม และยังคงตั้งเป้าหมายต่อไป และท้าทายเพื่อตัวเราเอง  และสิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันคือ เราต้องมุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างเด็ดเดี่ยว และเพียรพยายามทีละก้าว ทีละก้าว

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  18  กุมภาพันธ์  2550

Ø  อาจารย์โทดะเคยกล่าวว่า “พวกเราเป็นโพธิสัตว์จากพื้นโลก และเราต้องต่อสู้ด้วยความตั้งใจที่มั่นคง เราต้องชนะ

    (ประชุมตัวแทนในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ตอนที่ 2 วันที่ 2 มกราคม 2007)

Ø  การขัดแย้งทางด้านศาสนาควรจะหลีกเลี่ยงในทุกกรณี ในทุกสถานการณ์ คนเราอาจยึดถือความเชื่อในศาสนาที่แตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ พวกเราคือมนุษย์ พวกเราทุกคนแสวงหาความสุข และปรารถนาสันติภาพ ศาสนาควรจะนำประชาชนเข้าหากัน ควรจะรวบรวมความดีในจิตใจของทุกคน มุ่งสู่ประโยชน์ของสังคม และมนุษยชาติ และสร้างอนาคตให้ดีขึ้น

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  17  กุมภาพันธ์  2550

Ø  ข้าพเจ้าขอยกคำพูดของอาจารย์โทดะมาบอกกล่าวแก่ทุกท่าน ท่านกล่าวว่า “การรับการตอบสนองอย่างรวดเร็วเป็นความรู้สึกที่ดี เห็นด้วยไหม โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นแล้ว การไม่ตอบสนองในทันทีเป็นการแสดงถึงความไม่เอาใจใส่  บุคคลชั้นหนึ่งจะกระทำอย่างรวดเร็ว บุคคลชั้นหนึ่งมีทัศนะชีวิตที่ชาญฉลาด

ความรวดเร็วเป็นส่วนประกอบสำคัญของชัยชนะ ถ้าเราเชื่องช้าในการทักทาย กล่าวขอบคุณ หรือติดต่อกับผู้คนแล้ว จะพบเสมอว่า น่าอันตรายที่จะมีโอกาสสายเกินไป ถ้าเกิดขึ้นเช่นนี้แล้ว ก็จะกลายเป็นความสูญเสีย และความเสียใจของเรา  ชัยชนะเกิดจากการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ไม่ช้าแม้เพียงแค่ชั่วขณะ

(ประชุมตัวแทนในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ตอนที่ 2 วันที่ 2 มกราคม 2007)

Ø  ชีวิตเต็มไปด้วยความสามารถดังเช่นเปลวไฟที่พุ่งไปสู่สวรรค์ สามารถเปลี่ยนความทุกข์และความเจ็บปวดให้กลายเป็นพลังงานที่จำเป็นสำหรับการสร้างคุณค่า ซึ่งกลายเป็นแสงที่ส่องความมืดมิด ดังเช่นลมที่พัดไปมาอย่างกว้างไกล ไม่มีอะไรมาขัดขวางได้  เป็นชีวิตที่มีพลังที่จะถอนรากและพลิกเอาชนะอุปสรรคความยากลำบากทั้งหมด  ดังเช่นสายน้ำบริสุทธิ์ที่สามารถพัดพาตะกอนและความสกปรก และสุดท้าย ชีวิตเป็นดังเช่นแผ่นดินที่กว้างใหญ่ รองรับต้นไม้ พืช ผักต่าง ๆ โดยเท่าเทียมกัน ปกป้องประชาชนทุกคนด้วยความเมตตากรุณา เสริมสร้างพลังชีวิต

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  16  กุมภาพันธ์  2550

Ø  สมาคมจูงใจผู้คนด้วยคำชี้นำที่ดีและส่งเสริมกำลังใจส่วนตัว ข้าพเจ้าขอมอบคำพูดของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ เพื่อว่าพวกเราจะสามารถเรียนรู้จากพวกเขา

ขอยกคำพูดของกวีชาวอิตาเลียน ท่านพีทราร์ค (ค.ศ.1304-74) ดังนี้ ขอให้ความจริงมีชัยและกุมอำนาจ  / คำโกหกทั้งหลายจงถูกเหยียบย่ำจมดิน  การโกหกจะต้องถูกเปิดเผยออกมาเสมอ และการคดโกง และการกระทำผิดจะถูกเปิดออกมาในที่สุด และเราต้องทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นมาให้ได้

ท่านพีทาร์ค ยังเขียนไว้ว่า ความหลงเป็นความขัดสนทางจิตใจที่น่ากลัว และการยึดถือความเชื่อที่ผิดเป็นสัญลักษณ์ของความหลง และการยืนยันความเชื่อที่ผิดพลาดอย่างไร้ยางอายนั้น ไม่เพียงเป็นความหลง ยังเป็นความอวดดีอีกด้วย

เราต้องไม่ปล่อยให้คนที่อยู่ในตำแหน่งสูง ซึ่งได้รับการสนับสนุนขึ้นมาจากสมาคมมาเยาะเย้ยสมาคมและดุด่าสมาชิกของเรา  จงขับไล่คนคดโกงและอวดดีออกไป นี่คือคำตักเตือนของอาจารย์โทดะ เจตนารมณ์ของการต่อสู้อย่างกล้าหาญในการหักล้างสิ่งผิด และตำหนิการกระทำผิดเป็นเจตนารมณ์ของสมาคม

ท่านพีทาร์คยังเคยกล่าวอีกว่า ไม่ต้องสงสัยในพลังของคำพูดในการโอบอุ้มและส่งเสริมกำลังใจผู้อื่น เรื่องนี้สอดคล้องกับคำสอนที่ว่า “เสียงทำงานของพระพุทธ” งานของผู้นำของสมาคมก็คือ ส่งเสริมกำลังใจสมาชิกอย่างอบอุ่น สนับสนุนด้วยคำพูด และสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาด้วยคำพูดที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นที่เข้มแข็ง

ท่านพีทาร์คยังเขียนไว้อีกว่า เราต้องมุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วบนถนนของชีวิต โดยไม่ต้องมองย้อนหลัง ให้ลืมอดีต คิดถึงแต่อนาคต ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เราควรมองโลกในแง่ดีและมุ่งหน้าต่อไป การมุ่งไปข้างหน้าคือการมีชีวิต และทัศนะที่สดใสและมองโลกในแง่ดีเป็นกุญแจไปสู่ความสุข ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในอดีต หรือไม่ว่าใครจะพูดอะไร ขอให้มีท่าทีด้านบวกและมุ่งหน้าสู่อนาคตด้วยจิตใจที่เร่าร้อน นั่นคือเครื่องหมายของผู้มีชัยชนะในชีวิต

Ø  ข้าพเจ้าหวังว่า ท่านจะมีชีวิตอยู่โดยปฏิบัติศรัทธาตามพระนิชิเร็นไดโชนินในฐานะ “ลูกศิษย์ที่มีจิตใจเดียวกับอาตมานิชิเร็น” ไม่ถูกกระทบกระเทือนจากความอิจฉาริษยาที่น่าเศร้าของผู้อื่น โปรดจงเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญด้วยความสนุกสนานและหัวเราะเสียงดังมากยิ่งขึ้น

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  15  กุมภาพันธ์  2550

Ø  เมื่อพูดคุยถึงทัศนะเกี่ยวกับภาวะผู้นำ อดีตประธานาธิบดีชิลี ท่านพาทริซิโอ อัลวิน กล่าววา “จะต้องสามารถ อดทนต่อการดูหมิ่น ฉีกหน้า และยังคงต่อสู้ต่อไป โดยไม่มีความกลัว และผมไม่เคยก้าวร้าวหรือเกลียดชัง.......... แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อผมต้องต่อสู้ ผมจะทำทันที คุณต้องไม่วางมือ และทำข้อตกลงที่น่ารังเกียจ”   นี่เป็นเรื่องจริงตามที่ท่านได้กล่าวไว้ คนที่ไม่ต่อสู้เมื่อถึงเวลาจำเป็น ในบางกรณี จะก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่าฝ่ายผิดที่เรากำลังต่อสู้อยู่ ดังที่พระนิชิเร็นไดโชนินได้ตักเตือนไว้ว่า “ดาบเมื่อเผาในเปลวไฟและตีแล้ว จะกลายเป็นดาบดีได้” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 303) เหนือสิ่งอื่นใด การต่อสู้อย่างกระตือรือร้นจะหล่อหลอมบุคลิกลักษณะและทำให้เราเข้มแข็ง นี่คือจุดที่สำคัญที่สุด ขอให้จดจำไว้

(ประชุมตัวแทนเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ วันที่ 2 มกราคม 2007)

Ø  ชีวิตนั้นเต็มไปด้วยความทุกข์ยากที่คาดคิดไม่ถึง         แม้กระนั้นก็ตาม ดังที่ท่านเอเลนอร์ รูสเวลท์ กล่าวว่า “ถ้าท่านสามารถมีชีวิตผ่านพ้น (สถานการณ์ที่ยากลำบาก) แล้ว ท่านจะสามารถผ่านพ้นเรื่องทุกอย่างไปได้  ท่านจะมีความเข้มแข็ง ความกล้าหาญ และความมั่นใจจากทุก ๆ ประสบการณ์ ที่ดูน่ากลัวจริง ๆ ในตอนเผชิญหน้า ท่านสามารถพูดกับตัวเองว่า “ฉันมีชีวิตผ่านเรื่องน่ากลัวนี้มาแล้ว ฉันสามารถรับมือกับเรื่องที่จะตามมาอีกได้” นั้นเป็นความจริงอย่างยิ่ง  การต่อสู้กับความยากลำบากแสนสาหัส ทำให้เราสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างมหาศาล เราสามารถดึงและแสดงความสามารถ ซึ่งซ่อนอยู่ภายในตัวเราออกมา ความยากลำบากสามารถกลายเป็นบ่อเกิดของการเจริญเติบโตที่เร่าร้อนและความก้าวหน้าใหม่ ๆ

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  14  กุมภาพันธ์  2550

Ø  พฤติกรรมของเราแสดงนิสัย ความคิด และปรัชญาของเรา จะไม่มีมนุษยนิยม ถ้าปราศจากการเอาใจใส่อย่างแท้จริงต่อความผาสุกของประชาชน ในขณะเดียวกัน เส้นทางของอาจารย์กับศิษย์ไม่ใช่เรื่องของพิธีการที่แข็งกระด้าง แต่เป็นภาระหน้าที่ร่วมกันของอาจารย์กับศิษย์ที่อุทิศชีวิตต่อเป้าหมายเดียวกัน คือการเผยแผ่ธรรมไพศาล

Ø  ความเข้มแข็งคือความสุข ความเข้มแข็งก็คือชัยชนะ  แต่ความอ่อนแอและความขี้ขลาดนั้นคือการไม่มีความสุข  เมื่อท่านลงมือต่อสู้ อาจจะมีชัยชนะหรือพ่ายแพ้ แต่ไม่ต้องสนใจผลลัพธ์ที่ออกมาในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้  แต่อยู่ที่ความจริงที่ว่า ท่านยังคงต่อสู้ต่อไปนั้นเป็นข้อพิสูจน์ในชัยชนะของท่านในฐานะมนุษย์ จิตใจที่เข้มแข็ง ความศรัทธาที่เข้มแข็ง และการเพิ่มการอธิษฐานอย่างเข้มแข็ง เหล่านี้คือชัยชนะและโลกพุทธ

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  13  กุมภาพันธ์  2550

Ø  นักกวีชาวอิตาเลียน ท่านพีทราร์ค (ค.ศ.1306-74) ประกาศว่า “ลึกลงไปในส่วนลึกของจิตใจ มีสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขหรือความทุกข์”  ด้วยความศรัทธาที่เข้มแข็ง เราจะสามารถเอาชนะความยากลำบากแสนสาหัสได้ เราสามารถเปลี่ยนพิษเป็นยา  การอธิษฐานที่เข้มแข็งและการกระทำอย่างกระตือรือร้น ทำให้เราตีแตกอุปสรรคทุกอย่างได้

ในจดหมายที่ท่านพีทราร์ค เขียนแนะนำเพื่อนให้ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข และอุตสาหพยายามด้วยความกล้าหาญ  ท่านยังเขียนอีกว่า  ยิ่งอุปสรรคมากขึ้นเพียงไร เราก็จะยิ่งกระตือรือร้นในการเผชิญหน้ากับอุปสรรคมากยิ่งขึ้น  ยิ่งมีความยากลำบากมากเพียงไร เรายิ่งต้องปลุกเร้าจิตใจแห่งการต่อสู้เพื่อท้าทายให้มากยิ่งขึ้น  นี่คือวิถีทางที่จะหล่อหลอมและสร้างบุคลิกลักษณะที่เข้มแข็งในฐานะมนุษย์ได้

 (ประชุมตัวแทนวันขึ้นปีใหม่ ตอนที่ 2 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2007)

Ø  การจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ของคน ๆ หนึ่ง เป็นการแสดงออกถึงความเมตตาและเอาใจใส่  การลืมเป็นการแสดงถึงการขาดความเมตตา ขาดความรับผิดชอบ

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่12  กุมภาพันธ์  2550

Ø  ความรับผิดชอบของข้าพเจ้าและความรับผิดชอบของผู้นำแห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาล ก็คือ ต้องไม่ปล่อยให้คนซื่อสัตย์ และคนที่น่านับถือต้องยากลำบาก ผู้นำที่ลืมความรับผิดชอบนี้ จะตกอยู่ในทัศนะที่ทำตามอำเภอใจของตน ซึ่งจะทำลายสายสัมพันธ์ในหมู่สมาชิกของเรา ซึ่งมีความสามัคคีแห่งต่างกายใจเดียว

ข้าพเจ้าหวังว่าผู้นำของสมาคมทุกคนจะปราศจากความอวดดี และเห็นแก่ตัว และให้ต่อสู้ต่อไปอย่างมีคุณธรรมและจริงใจที่สุด ความเมตตากรุณาซึ่งเป็นการแสดงออกของโลกพุทธจะฉายส่องออกมาจากการกระทำที่จริงใจดังกล่าวนี้

(ประชุมระดับบริหาร ตอนที่ 2 วันที่ 18 พฤศจิกายน 2006)

Ø  สิ่งสำคัญคือการยึดมั่นในความเชื่อของท่านโดยไม่หวั่นไหวไปกับการกระทำหรือคำพูดของคนอื่น ผู้ที่ดำเนินชีวิตด้วยวิธีนี้จะเข้มแข็ง และไม่มีการเสียใจภายหลัง  สิ่งสำคัญที่สุดคือ ท่านจะดำเนินชีวิตอย่างไร โดยไม่ถูกกระทบกระเทือนจากสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวท่าน

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  11  กุมภาพันธ์  2550

Ø  ในตอนที่นักประวัติศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงชาวอังกฤษ ท่านอาร์โนลด์ ทอยน์บี (ค.ศ.1889-1975) ยังเป็นนักศึกษาอยู่ และรู้สึกถูกกดดันอย่างหนักเพื่อให้สำเร็จการศึกษา พ่อแม่ได้กล่าวกับเขาว่า “แค่ทำให้ดีที่สุด ไม่มีใครในพวกเราสามารถทำได้มากกว่านั้นแล้ว”ในบันทึกชีวประวัติ ท่านระลึกถึงคำพูดดังกล่าวว่า “ยกสิ่งที่หนักอกที่สุดออกไปได้”

และระหว่างการพบปะกับอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ท่านมากาเร็ต แธตเชอร์ ท่านได้พูดถึงบทเรียนสำคัญที่คุณพ่อท่านสอนไว้ และยึดมั่นไว้ตลอดชั่วชีวิตว่า “ทำให้ดีที่สุด ถ้าลูกล้มเหลว ก็ให้พยายามอีกครั้ง”

(ประชุมระดับบริหาร ตอนที่ 2 วันที่ 18 พฤศจิกายน 2006)

ในขณะที่เราตั้งใจว่า “ฉันจะมีสุขภาพที่แข็งแรง”  “ฉันจะเข้มแข็ง”  “ฉันจะทำงานเผยแผ่ธรรมไพศาลด้วยความสนุกสนาน”  ชีวิตของเราก็จะต้องเคลื่อนไปในทิศทางดังกล่าว เราต้องกำหนดจิตใจของเรา

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  10  กุมภาพันธ์  2550

Ø  สิ่งที่พวกเราแต่ละคนสามารถจะทำได้คืออะไร ก็คือ ทำอย่างดีที่สุด เราสามารถต่อสู้ด้วยกำลังทั้งหมดในวิถีทางของตนเอง ไม่ถูกรบกวนจากคำยกย่องหรือตำหนิ ซึ่งไม่อาจคาดเดาได้  เราสามารถก้าวหน้าด้วยจิตใจที่เร่าร้อน และภาคภูมิใจ ด้วยการทุ่มเททุกอย่างของเรา  ถ้าเราสามารถดำเนินไปเช่นนี้ได้ตลอดชีวิต แน่นอนว่า เราสามารถมีชัยชนะในที่สุด

(ประชุมระดับบริหาร ตอนที่ 2 วันที่ 18 พฤศจิกายน 2006)

Ø  การเผยแผ่ธรรมไพศาลเป็นเส้นทางทองคำที่สูงส่งสืบต่อไปนับตั้งแต่สมัยธรรมปลายจนถึงอนาทิกาล ขอให้พวกเราก้าวหน้าไปอย่างกล้าหาญและไม่เกรงกลัวตลอดเส้นทางนี้ ดังที่พระนิชิเร็นไดโชนินได้สอนไว้ นี่คือวิถีทางที่สันติภาพโลกสามารถบรรลุผลสำเร็จได้  ถ้าเราไม่เผยแผ่หลักการและแนวคิดของพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินออกไปอย่างกว้างขวางแล้ว ก็ไม่มีความหวังสำหรับสันติภาพและความสุขของมนุษยชาติ

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่  9  กุมภาพันธ์  2550

Ø  องค์กรหรือสังคมที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยานั้น จะมีความขัดแย้งและปั่นป่วน จะไม่สามารถเจริญเติบโตหรือรุ่งเรืองได้  ในวรรณคดีจีนโบราณ ชูจื่อ  มีกวีชื่อชูหยวน ถูกให้ร้าย ทำลายชื่อเสียง และถูกขับไล่ออกจากบ้านเกิดเมืองนอน ได้รำพึงว่า “โลกนี้สกปรก อิจฉาริษยาผู้มีความสามารถ ชอบที่จะปิดบังคนดี และกล่าวร้ายพวกเขา" เราต้องไม่ยอมแพ้ความชั่วร้ายและความอิจฉาริษยา มีการประชุมลับเพื่อจัดการและเชือดเฉือนฝ่ายตรงข้าม  มาฝังรากในสมาคม  สมาคมจะต้องเป็นที่ซึ่งทุกคนสามัคคีกันอย่างต่างกายใจเดียว เพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล ดังที่พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวไว้ว่า “เมื่อต้นสนเจริญเติบโต ต้นไม้อื่นก็จะดีใจ เมื่อหญ้าเฉาไป กล้วยไม้ก็ร่ำไห้ แม้แต่พืชและต้นไม้ไร้ความรู้สึกยังร่วมสุขร่วมทุกข์กันฉันเพื่อน” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 964)  แล้วสายใยที่เชื่อมสมาชิกสมาคมโซคาผู้ซึ่งต่อสู้ร่วมกันเพื่อเป้าหมายที่ไม่มีอะไรมาเทียบได้ของการเผยแผ่ธรรมไพศาล จะไม่เข้มแข็งได้อย่างไร   สมาคมโซคาเป็นโลกแห่งมิตรภาพและพันธมิตรที่สวยงาม

การอิจฉาและมุ่งร้ายต่อสมาชิกด้วยกันจะทำลายบุญวาสนาของเราเอง และทำลายความสามัคคีกลมเกลียวของหมู่ผู้ศรัทธาขององค์กรแห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาล จึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่ต้องมีการตักเตือนอย่างเข้มงวดถ้ามีพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้น จงอย่าลืมเจตนารมณ์ของสมาคม

(ประชุมระดับบริหาร ตอนที่ 2 วันที่ 18 พฤศจิกายน 2006)

Ø  เอสจีไอไม่มีที่สำหรับคนขี้ขลาดหรือเห็นแก่ตัว ผู้ซึ่งมีความคิดไม่มีหลักการหรือคิดถึงตัวเอง  การเคลื่อนไหวของเราไม่ต้องการคนใจเสาะ เต็มไปด้วยความสงสัย ซึ่งพร้อมที่จะยอมแพ้ต่อมาร ขอให้ต่อสู้เพื่อธรรม และดำเนินชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและภาคภูมิใจในฐานะสมาชิกของเอสจีไอ ศตวรรษที่ 21 จะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของการเคลื่อนไหวของเรา  อาบด้วยแสงแห่งรุ่งอรุณที่สดใส ขอให้ขึ้นสู่เวทีทองคำและมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่   8  กุมภาพันธ์  2550

Ø  เมื่อเราสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวด้วยเจตนารมณ์และความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่เพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลเช่นเดียวกับพระนิชิเร็นไดโชนินแล้ว เราจะสามารถพบกับการเกิดตายในโลกพุทธได้ และเชื่อมต่อกับพลังชีวิตขั้นพื้นฐานซึ่งมีอยู่ภายในตัวเราได้  สัทธรรมปุณฑริกสูตร (นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว) มีพลังที่จะทำให้กลับเป็นหนุ่มสาว และให้พลังใหม่กับชีวิตของเรา  ด้วยพลังดังกล่าวในชีวิต เราจะสามารถเยาว์วัยขึ้น และสะสมบุญกุศลมากขึ้น ในขณะที่เสียชีวิตลง เราสามารถหลอมเข้ากับโลกพุทธของจักรวาลที่กว้างใหญ่ไพศาล และเติมพลังชีวิตที่สดใสขึ้นมาใหม่

พวกเราสมาชิกเอสจีไอ ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลตามเจตนารมณ์ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร และเชื่อมโดยตรงกับพระนิชิเร็นไดโชนิน ก็คือ บุคคลแต่ละคนที่สูงส่ง ซึ่งไม่แตกต่างหรือแยกจากพระศากยมุนีพุทธ ผู้ทรงรู้แจ้งตั้งแต่สมัยกาลนาน และสัทธรรมปุณฑริกสูตรซึ่งนำประชาชนทั้งหมดไปสู่การบรรลุพุทธภาวะ

อาจารย์โทดะกล่าวว่า “ท่านอาจบรรยายสภาพชีวิตของโลกพุทธว่า สามารถเกิดใหม่อย่างเต็มไปด้วยพลังชีวิต และทำงานตามความพอใจได้อยู่เสมอ เพื่อภาระหน้าที่ที่เราเกิดมา และบรรลุสมปรารถนาในเป้าหมาย และสะสมบุญวาสนาที่ไม่มีอะไรมาทำลายได้  ช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ ในสภาพดังกล่าว ถ้าเราสามารถได้รับชีวิตเช่นนี้หลายร้อย หลายพัน หลายหมื่น ล้านครั้งแล้ว การไม่อยากมีชีวิตที่มีความสุขเช่นนี้ แล้วไปแสวงหาแต่เพียงความสุขเล็กๆ น้อย ๆ ของตนเองนั้น ช่างน่าสงสารจริง ๆ”

เนื่องจากเราเป็นผู้ปฏิบัติพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน ดำเนินชีวิตโดยสอดคล้องตรงกับวิถีชีวิตของพระพุทธ พวกเรามีพลังชีวิตท่วมท้นอยู่ภายใน เนื่องจากเราพากเพียรในงานแห่งความเมตตามาตั้งแต่อนาทิกาล ดังนั้น ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เราก็ยังสามารถมีความสนุกสนานและมีความมั่นใจเป็นพื้นฐาน  และเนื่องจากพวกเราซึ่งยึดถือเจตนารมณ์แห่งอาจารย์กับศิษย์ของสมาคมโซคา บนเส้นทางแห่งการเกิดตายในโลกพุทธ ชีวิตของเราจะเข้มแข็งและไม่มีอะไรเอาชนะได้  ในฐานะสมาชิกเอสจีไอ ผู้ซึ่งมีความเข้าใจถูกต้อง ไม่บิดเบือน เกี่ยวกับทัศนะเรื่องเกิดตาย เราเป็นประชาชนแห่งปัญญาและปรัชญาที่แท้จริง เป็นประชาชนแห่งความกล้าหาญและอุทิศตนอย่างแท้จริง

ในการปฏิบัติความเมตตากรุณาบนพึ้นฐานของธรรมมหัศจรรย์  เราพบว่า ทัศนะเรื่องเกิดตายสามารถเป็นแบบอย่างสำหรับมนุษยชาติทั้งหมด และเป็นตัวอย่างแรกเริ่มของคนธรรมดาสามัญ ที่สามารถเปลี่ยนสภาพชีวิตจากภายในของเราได้

(บรรยายธรรมนิพนธ์เรื่องสายเลือดที่สำคัญยิ่งเพียงหนึ่งเดียวแห่งการเกิดตาย ตอนที่ 5)

Ø  ข้าพเจ้าหวังว่า ในฐานะผู้นำ ท่านจะต้องแสดงความขอบคุณอยู่เสมอ และทำอย่างเต็มที่เพื่อสนับสนุนสมาชิกที่จริงใจจำนวนมาก ผู้ซึ่งเพียรพยายามอย่างเด็ดเดี่ยวในความศรัทธา พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า เมื่อท่านพบเห็นผู้ที่ยึดถือธรรมมหัศจรรย์  ท่านควรจะลุกขึ้นและต้อนรับพวกเขาแต่ไกล และแสดงความเคารพพวกเขาดุจเดียวกับที่กระทำต่อพระพุทธ

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่   7  กุมภาพันธ์  2550

Ø  สิ่งสำคัญที่จำเป็นมากที่สุดก็คือ ท่าทีพื้นฐานของเรา  สิ่งที่เราคิดอยู่ภายในส่วนลึกของจิตใจของเรา เราตั้งใจอย่างแท้จริงที่จะต่อสู้เพื่ออาจารย์ เพื่อสมาคมหรือไม่ หรือเราเพียงแค่เคลื่อนไปในขณะเดียวกันก็คิดถึงแต่ตัวเอง มีช่องว่างมหาศาลระหว่างท่าทีทั้งสองอย่างนี้

Ø  สิ่งแวดล้อมของท่านไม่ใช่เรื่องสำคัญ ทุกสิ่งเริ่มต้นจากท่าน ท่านต้องหล่อหลอมตัวเองด้วยความเพียรพยายามของท่านเอง ข้าพเจ้าอยากให้ทุกท่านสร้างบางสิ่งบางอย่าง เริ่มต้นบางสิ่งบางอย่าง และบรรลุผลสำเร็จในบางสิ่งบางอย่าง  นั่นคือสิ่งสำคัญในชีวิตมนุษย์  การท้าทายของยุวชน ในนั้นมีวิถีทางที่มหัศจรรย์ของการมุ่งสู่อนาคตอยู่เสมอ

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่   6  กุมภาพันธ์  2550

Ø  พระนิชิเร็นไดโชนินใช้ความเพียรพยายามอย่างมหาศาลในการเสริมสร้างยุวชนเพื่อให้การเผยแผ่ธรรมไพศาลสืบทอดตลอดไปชั่วนิรันดร์ หนึ่งในบุคคลดังกล่าวคือ ท่านนันโจโทขิมิตจึ ผู้ซึ่งได้มีโอกาสพบกับพระนิชิเร็นไดโชนินตั้งแต่สมัยยุวชน พระนิชิเร็นไดโชนินเฝ้ามองด้วยสายตาอันอบอุ่นต่อการเจริญเติบโตตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยหนุ่ม  ชีวิตของโทขิมิตจึ ผู้เป็นลูกศิษย์ที่แท้จริงและซื่อสัตย์ของพระนิชิเร็นไดโชนิน เป็นชีวิตที่พบกับความยากลำบากต่าง ๆ นานาโดยไม่ท้อแท้  ตอนเป็นเด็ก โทขิมิตจึกำพร้าบิดา ซึ่งเป็นผู้ปกครองท้องถิ่น และต่อมา ก็สูญเสียน้องชายผู้เป็นที่รัก ผู้ซึ่งเคียงบ่าเคียงไหล่ปฏิบัติพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินกันตลอดมา  โทขิมิตจึต้องพบกับการบีฑาและสบประมาทเนื่องจากความศรัทธา (เพราะให้การสนับสนุนพระนิชิเร็นไดโชนิน)  รัฐบาลได้เรียบเก็บภาษีที่ดินอย่างหนักเป็นการลงโทษ ทำให้เขากับครอบครัวต้องดำเนินชีวิตอย่างแร้นแค้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

แต่ด้วยความเมตตาและการส่งเสริมกำลังใจของพระนิชิเร็นไดโชนิน ทำให้ลูกศิษย์หนุ่มคนนี้สามารถท้าทายกับความยากลำบากที่ไม่มีสิ้นสุดโดยไม่ท้อแท้  อันเนื่องมาจากการกดขี่ของผู้มีอำนาจ การสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รัก ความยากลำบากทางการเงิน และความเจ็บป่วย  พระนิชิเร็นไดโชนินย้ำเสมอถึงความสำคัญของความศรัทธาที่สามารถเอาชนะอุปสรรค ท่านสอนลูกศิษย์ให้ต่อสู้ด้วยหัวใจราชสีห์  ดังในจดหมายฉบับหนึ่งที่เขียนถึงท่านนันโจ โทขิมิตจึ ได้กล่าวไว้ว่า

“เมื่อบุคคลผู้มีความสำคัญต่อท่านพยายามขัดขวางความศรัทธาของท่าน หรือเมื่อท่านพบกับอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ จะต้องเชื่อว่า พระพรหม และอื่น ๆ จะต้องทำตามคำปฏิญาณ (ที่จะปกป้องผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร) ขอให้มีความศรัทธาเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น.................... ถ้ามีผู้ขัดขวางความศรัทธา อาตมาขอเตือนอย่างเข้มงวดว่า จงมีความปีติยินดี” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 576)

และจดหมายอีกฉบับหนึ่ง ท่านกล่าวว่า”ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็อย่าได้ท้อแท้สิ้นหวังเป็นอันขาด หากมีสิ่งที่ไม่น่าพึงพอใจเกิดขึ้นเมื่อใด ถึงแม้จะเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของท่านก็ตาม จงยอมรับโดยดีด้วยอาการสงบ และจงรู้ว่านั่นจะนำความปีติยินดีมาให้ในภายหลัง จงแสร้งทำเป็นไม่สนใจและเดินทางมาที่นี่ (ที่เขามิโนบุ อันเป็นที่พำนักของอาตมานิชิเร็น)” (ธรรมนิพนธ์เรื่องจดหมายตอบท่านนันโจ ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 576)

และเมื่อได้ทราบข่าวว่ามีบุคคลในครอบครัวล้มป่วย พระนิชิเร็นไดโชนินก็ส่งเสริมกำลังใจอย่างอบอุ่นว่า “เป็นความจริงหรือที่มีคนป่วยอยู่ในบ้าน คงจะไม่ใช่เป็นการกระทำของอสุรเทพ อาจจะเป็นการทดสอบความศรัทธาของบุตรีทั้งสิบของนางยักษ์ก็ได้ หากเป็นอสุรเทพที่แท้จริงแล้ว มีหรือที่อสุรเทพจะทำให้ผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตรต้องทุกข์ยากลำบาก และยอมศีรษะแตก หรือไม่ก็ขอให้คิดอย่างลึกซึ้งว่า ไม่มีเรื่องเท็จในพระศากยมุนีพุทธและสัทธรรมปุณฑริกสูตร”

    (ธรรมนิพนธ์เรื่องจดหมายตอบท่านอุเอโนะ ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 899)

พระนิชิเร็นไดโชนินยังกล่าวต่อไปอีกว่า “ไม่ต้องกังวล ความยากลำบากจะทำให้ความศรัทธาเข้มแข็งขึ้น จงอย่ายอมแพ้ ถ้าความศรัทธาเข้มแข็ง ก็จะต้องมีความสุขได้ในที่สุด”  ข้อความนี้ถือเป็นถ้อยคำแห่งการส่งเสริมกำลังใจอันทรงพลังให้แก่พวกเราตราบจนกระทั่งทุกวันนี้  สิ่งที่สำคัญมากก็คือ จะต้องเติมเต็มความมั่นใจและความกล้าหาญให้แก่ยุวชน และแสดงให้พวกเขาเห็นถึงหนทางของอนาคตที่สดใส และเปี่ยมด้วยความหวัง

(การประชุมผู้นำระดับบริหาร ตอนที่ 2 วันที่ 18 พฤศจิกายน 2006)

Ø  ถ้าเราเอาแต่รอเวลาในอนาคต และไม่ใช้ชีวิตในตอนนี้อย่างเต็มที่แล้ว ความสำเร็จในชีวิตของเราก็จะเลือนหายตลอดไป แทนที่จะทิ้งเรื่องต่าง ๆ ไว้รอเวลาในอนาคต  เราควรจะหาความหมายในชีวิต คิด และทำสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ ที่นี่ ซึ่งเราจุดเปลวไฟในหัวใจขึ้นมา มิเช่นนั้นแล้ว เราจะไม่สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีกำลังใจได้

 

ส่งเสริมกำลังใจที่   5  กุมภาพันธ์  2550

Ø  ข้าพเจ้าหวังว่าท่านจะพูดความจริงอย่างกล้าหาญเสมอ จงพูดในเรื่องที่จำเป็นต้องพูด ไม่ว่าจะต้องพูดกับใคร เมื่อจะเป็นแชมเปี้ยนแห่งความเที่ยงธรรมแล้ว ท่านต้องไม่ขี้ขลาด ไม่ประจบ และไม่พูดเอาอกเอาใจ

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่   4  กุมภาพันธ์  2550

Ø  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเดือนที่หนาวเย็นของฤดูหนาว สมาชิกสูงวัยและคนที่กำลังต่อสู้เรื่องสุขภาพ ไม่ควรทำกิจกรรมของสมาคมมากเกินไป  สิ่งสำคัญก็คือ การดำเนินชีวิตอย่างชาญฉลาด ไม่เสี่ยงในเรื่องที่ไม่จำเป็น  บ้านของเรา ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานโงะฮนซน สามารถกล่าวได้ว่า เป็นเขาคิชฌกูฏ ดินแดนแห่งแสงสว่างและสันติของพระพุทธ  แม้ว่าท่านอาจออกไปไม่ได้ ท่านก็สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นโดยใช้โทรศัพท์ และวิธีอื่น ๆ  การเผยแผ่ธรรมด้วยความสามารถเต็มที่เท่าที่จะทำได้ในขณะที่อยู่ที่บ้านนั้นทำได้  ข้าพเจ้าอยากจะย้ำเรื่องนี้อีกครั้งกับท่านทั้งหลายในวันนี้

(ประชุมตัวแทน ในวันขึ้นปีใหม่ ตอน 2 วันที่ 2 มกราคม 2007)

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่   3  กุมภาพันธ์  2550

Ø  สุภาษิตของชาวเวเนซูเอล่า กล่าวว่า เราไม่สามารถข้ามมหาสมุทรโดยการกระโดดเพียงครั้งเดียว ในทำนองเดียวกัน เราไม่สามารถบรรลุเป้าหมายถ้าปราศจากก้าวแรก การกระทำเป็นสิ่งสำคัญ จงเริ่มก้าวแรกอย่างกล้าหาญ ความก้าวหน้าคือชัยชนะ

อาจารย์ของข้าพเจ้า อาจารย์โจเซอิ โทดะ ได้ให้คำชี้นำที่เข้มงวดแต่เมตตาว่า “ความศรัทธาไม่ใช่เรื่องของพิธีกรรม แต่เป็นการดำเนินชีวิตในแต่ละขณะอย่างเต็มที่”  ท่านยังกล่าวว่า “ในแต่ละขณะ ความตั้งใจของท่านคืออะไร ท่านกำลังทำอะไร ท่านยังไม่ได้ทำอะไร อย่างไรก็ตาม การบรรลุพุทธภาวะขึ้นอยู่กับความสมดุลของการกระทำและความคิดที่สะสมกันมา  สิ่งที่เราทำอยู่เดี๋ยวนี้ ในขณะนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด  การใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าในแต่ละขณะ และในแต่ละวัน เป็นการปูเส้นทางไปสู่ความปีติยินดี ชัยชนะที่ไม่มีอะไรมาเทียบ ความสำเร็จและแต่ละวันของปีมีคุณค่า”

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่   2  กุมภาพันธ์  2550

Ø  ประวัติศาสตร์ถูกสร้างขึ้นด้วยความทุ่มเทอย่างเต็มที่ในทุกขณะ การสะสมความเพียรพยายามดังกล่าว ในที่สุด จะกลายเป็นบันทึกแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

    (จากบทประพันธ์เรื่องปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่ม 19 บทที่ 3 ตอนแสงอาทิตย์ 2)

Ø  เนื่องจากชีวิตนั้นยาวไกล ท่านไม่ควรใจร้อน สิ่งสำคัญที่สุดคือให้ยึดถือโงะฮนซนตลอดชั่วชีวิต และสิ่งจำเป็นอีกอย่างก็คือ ให้ท้าทายตนเองในการสวดมนต์อย่างต่อเนื่อง แม้เพิ่มขึ้นอีกสักเล็กน้อยก็ยังดี และอธิษฐานต่อโงะฮนซนเพื่อให้บรรลุความปรารถนาของท่าน

 

ส่งเสริมกำลังใจประจำวันที่   1  กุมภาพันธ์  2550

Ø  การมีชีวิตก็คือการต่อสู้อยู่เสมอ เซลล์ในร่างกาย เลือดที่กำลังไหลเวียนอยู่ในเส้นโลหิตทั้งหมดกำลังต่อสู้อย่างไม่เคยหยุด ชีวิตคือการต่อสู้ทั้งในระดับบุคคลและระดับชุมชน    ในบทกวีของนักเขียนชาวเยอรมัน ท่านโยฮัน วูฟกัง ฟอน เกอเธ่ (ค.ศ.1749-1832)  เรียกร้องว่า “เนื่องจากข้าพเจ้าเป็นมนุษย์ และนั่นหมายถึงการเป็นนักสู้”

เราต่อสู้ไปเพื่ออะไร เพื่อความสุข เพื่อสร้างตัวตนที่เข้มแข็งที่ไม่พ่ายแพ้ เพื่อสามารถปฏิวัติชีวิตมนุษย์ได้” เรายังต่อสู้เพื่อมีความสุขของผู้อื่น และเพื่อสันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของสังคม นักคิดชาวอเมริกัน ท่านราล์ฟ วัลโด เอเมอร์สัน (ค.ศ.1803-82) เขียนไว้ว่า “ความปรารถนาที่จะรับใช้และสร้างความผาสุกให้กับมนุษยชาติเป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นของชีวิต”

พวกเราคือโพธิสัตว์จากพื้นโลก ผู้ซึ่งปรากฏขึ้นมาเพื่อเผยแผ่ธรรมมหัศจรรย์ และนำประชาชนทุกแห่งหนไปสู่ความรู้แจ้ง ภาระหน้าที่ของเราก็คือ ทำให้มนุษยชาติทั้งหมดมีความสุข ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการเผยแผ่ธรรมไพศาล  ตราบใดที่เราต่อสู้ เราต้องชนะ เราต้องต่อสู้จนถึงที่สุด และตั้งใจที่จะต้องชนะ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

กุญแจในการมีชัยชนะในทุกการต่อสู้ก็คือ ขั้นแรก ให้เอาชนะตัวเอง วิธีที่จะเข้าใจอุปสรรคขึ้นอยู่กับสภาพชีวิตภายในของเรา เราต้องเอาชนะความขี้ขลาด เอาชนะแนวโน้มที่จะยอมแพ้ เอาชนะความเกียจคร้าน เมื่อเราเอาชนะข้อจำกัดของตัวเราได้แล้ว เราจะก้าวอย่างยิ่งใหญ่ และฉายส่องด้วยแสงแห่งชัยชนะอันรุ่งโรจน์

(จากบทประพันธ์เรื่องปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่ม 19 บทที่ 3 ตอนแสงอาทิตย์)

Ø  พุทธธรรมสอนว่า หนึ่งในลักษณะพิเศษของโพธิสัตว์ คือ สามารถรับฟังเสียงของโลก สายตาที่จำเป็นในการแยกแยะและจับตาดูการพัฒนาของสังคมได้อย่างถูกต้อง และเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นได้นั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

 

 

กลับหน้าแรก